กฎหมายและข้อกำหนดในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น|คู่มือสำหรับบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ

ในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น การเข้าใจกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เนื่องจากการขนส่งระหว่างประเทศเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบด้านการส่งออกและนำเข้าของทั้งสองประเทศ รวมถึงขั้นตอนทางศุลกากร หากละเลยเรื่องเหล่านี้ อาจทำให้พัสดุล่าช้า หรือในกรณีร้ายแรงอาจถูกยึดได้

ในบทความนี้ เราจะอธิบายกฎหมาย ข้อกำหนด ข้อควรระวัง และขั้นตอนที่จำเป็นในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น โดยแยกเป็นกรณีสำหรับบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังมี URL ที่เกี่ยวข้องแนบไว้ด้วย จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการส่งออกและนำเข้าได้

กฎหมายและข้อกำหนดพื้นฐานในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น

ก่อนอื่น เรามาดูกฎพื้นฐานที่ควรรู้เมื่อต้องการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่นกันก่อน

1. กฎพื้นฐานเกี่ยวกับการส่งออกและนำเข้า

ในการส่งพัสดุระหว่างไทยและญี่ปุ่น จำเป็นต้องเข้าใจกฎพื้นฐานดังต่อไปนี้

① ข้อกำหนดด้านการส่งออกของประเทศไทย

รัฐบาลไทยมีการควบคุมการส่งออกสินค้าบางประเภทอย่างเข้มงวด เช่น โบราณวัตถุ โลหะมีค่า สัตว์และพืชหายาก เป็นต้น หากต้องการส่งสินค้าประเภทเหล่านี้ไปยังญี่ปุ่น อาจจำเป็นต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ทางการของศุลกากรไทย “Thailand Customs” (https://www.customs.go.th/)

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบรายการสินค้าต้องห้ามนำเข้าและส่งออกที่รัฐบาลไทยประกาศไว้ล่วงหน้าด้วย

https://www.customs.go.th/content_special.php?link=list_abstract_tb.php&ini_content=absdb_prohibited_goods&ini_menu=menu_goods_control_permit&lang=th&root_left_menu=menu_goods_control_permit&left_menu=menu_goods_control_permit_160930_01

② ข้อกำหนดด้านการนำเข้าของประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าบางประเภท เช่น อาหาร ยา พืชและสัตว์ อาวุธ วัตถุอันตราย เป็นต้น สามารถตรวจสอบรายการสินค้าห้ามนำเข้าและรายละเอียดของข้อจำกัดต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ทางการของศุลกากรญี่ปุ่น “Japan Customs” (https://www.customs.go.jp/)

ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าสินค้าที่ตนเองต้องการส่งหรือจัดจำหน่าย เข้าข่ายเป็นสินค้าควบคุมของประเทศใดประเทศหนึ่งหรือไม่

2. จุดที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ

กฎระเบียบและขั้นตอนที่จำเป็นในการส่งพัสดุจะแตกต่างกันระหว่างกรณีบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ ด้านล่างนี้คือจุดที่ควรระวังในแต่ละกรณี

① กรณีบุคคลทั่วไป

<การส่งของขวัญหรือสินค้าตัวอย่าง> 

ในกรณีที่บุคคลทั่วไปส่งของขวัญหรือสินค้าตัวอย่างให้ครอบครัวหรือเพื่อน หากมูลค่าอยู่ภายในวงเงินที่กำหนด อาจได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรได้

อย่างไรก็ตาม สินค้าบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเฉพาะ จึงควรตรวจสอบกับศุลกากรญี่ปุ่นล่วงหน้า รายละเอียดสามารถดูได้จากหน้า “ขั้นตอนการนำเข้าส่วนบุคคลของศุลกากรญี่ปุ่น”

https://www.customs.go.jp/tsukan/kojinyunyu.htm

<การส่งอาหารหรือยา>

ในการส่งอาหารหรือยา อาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับส่วนประกอบหรือปริมาณ จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น สามารถดูรายละเอียดได้จากหน้า “งานตรวจสอบอาหารนำเข้า” ของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

https://www.mhlw.go.jp/stf/seisakunitsuite/bunya/kenkou_iryou/shokuhin/yunyu_kanshi/index.html

สำหรับผู้ที่นำเข้าอาหารเป็นครั้งแรก แนะนำให้ติดต่อสอบถามกับด่านกักกันที่เกี่ยวข้องหรือด่านกักกันใกล้ที่สุดก่อน โดยอาจสอบถามทางโทรศัพท์เพื่อความแน่ใจ

② กรณีผู้ประกอบการ

<การขออนุญาตส่งออกและนำเข้า>

ในกรณีที่ส่งออกสินค้าในฐานะผู้ประกอบการ จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนการอนุญาตส่งออกและนำเข้าของศุลกากรไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการขนส่งในปริมาณมาก จำเป็นต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าและปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างถูกต้อง รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งออกของไทยสามารถตรวจสอบได้จากหน้า “ขั้นตอนการส่งออกของ Thailand Customs”

https://www.customs.go.th/statistic_report.php?ini_content=export

<การจัดทำอินวอยซ์และแพ็กกิ้งลิสต์>

สำหรับการขนส่งเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องมีอินวอยซ์และแพ็กกิ้งลิสต์ที่ระบุรายละเอียดของสินค้า หากเอกสารเหล่านี้มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง อาจทำให้ขั้นตอนทางศุลกากรล่าช้าได้

สินค้าควบคุมที่ควรระวังในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น

ในการส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่น สินค้าบางประเภทจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดพิเศษ

ด้านล่างนี้คือสินค้าตัวอย่างที่ควรระวัง พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดของแต่ละประเภท

<h3>1. อาหาร</h3>

ในการส่งอาหาร จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายสุขอนามัยอาหารของประเทศญี่ปุ่น อาหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่ได้ยื่นแจ้งนำเข้า จะไม่สามารถนำไปจำหน่ายหรือใช้ในเชิงธุรกิจได้

การยื่นแจ้งนำเข้าจะดำเนินการผ่านด่านกักกัน โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสุขอนามัยอาหารจะพิจารณาว่าสินค้านั้นเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ สินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดนี้ ได้แก่ อาหาร วัตถุเจือปนอาหาร เครื่องมือ ภาชนะบรรจุภัณฑ์ และของเล่นสำหรับเด็กเล็ก

แต่ละด่านกักกันมีช่องทางให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำเข้า รวมถึงขั้นตอนการนำเข้า หากเป็นการนำเข้าอาหารเป็นครั้งแรก หรือมีข้อสงสัยใด ๆ แนะนำให้ติดต่อด่านกักกันใกล้ที่สุดเพื่อสอบถามก่อน

รายชื่อด่านกักกัน:

https://www.mhlw.go.jp/topics/yunyu/soudan

2. ยาและเครื่องสำอาง

การนำเข้ายา ผลิตภัณฑ์กึ่งยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ยาสำหรับวินิจฉัยภายนอกร่างกาย หรือผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติหรืออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น ตามกฎหมายว่าด้วยยาและเครื่องมือแพทย์

ในกรณีที่บุคคลทั่วไปนำเข้าสินค้าเหล่านี้เพื่อใช้ส่วนตัว โดยหลักแล้วจำเป็นต้องยื่นเอกสารที่จำเป็นต่อสำนักงานสาธารณสุขประจำภูมิภาค เพื่อขอเอกสารรับรองว่าไม่ได้เป็นการนำเข้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ภายในขอบเขตที่กำหนดบางประการ สามารถนำเข้าได้เป็นกรณีพิเศษโดยผ่านการตรวจสอบของศุลกากร ในกรณีนี้มีเงื่อนไขว่าสินค้าที่นำเข้าจะต้องใช้โดยผู้นำเข้าเองเท่านั้น และไม่สามารถขายหรือมอบให้ผู้อื่นได้ นอกจากนี้ ไม่สามารถนำเข้าสินค้ารวมกันในนามของบุคคลอื่นได้ จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

สำหรับเครื่องสำอาง กำหนดไว้ไม่เกิน 24 ชิ้นต่อ 1 รายการสินค้าในขนาดมาตรฐาน สำหรับลิปสติก แม้จะต่างแบรนด์หรือต่างสีกัน ก็จะถูกนับรวมอยู่ในขอบเขตไม่เกิน 24 ชิ้น

รายละเอียดเกี่ยวกับยาและเครื่องสำอางสามารถตรวจสอบได้จากหน้า “การนำเข้ายา ฯลฯ ส่วนบุคคล” ของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

https://www.mhlw.go.jp/stf/seisakunitsuite/bunya/kenkou_iryou/iyakuhin/kojinyunyu/topics/tp010401-1.html

3. พืช สัตว์ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

พืชและสัตว์มีชีวิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการกักกันเมื่อนำเข้าประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ พืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาวอชิงตัน อาจถูกห้ามนำเข้าญี่ปุ่น สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จาก “ข้อมูลการกักกันพืชและสัตว์”

https://www.maff.go.jp/aqs

สำหรับการสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปศุสัตว์ หรือสัตว์ต่าง ๆ สามารถติดต่อสำนักงานกักกันสัตว์ได้ โดยสามารถตรวจสอบสำนักงานกักกันสัตว์ที่ใกล้ที่สุดได้จาก URL ด้านล่าง

https://www.maff.go.jp/aqs/sosiki/attach/pdf/aqs_contact_list_animalproducts_230228.pdf

สรุป: ก่อนส่งออกหรือนำเข้า ควรตรวจสอบกฎของแต่ละประเทศล่วงหน้า

การส่งพัสดุจากไทยไปญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้าใจกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างถูกต้อง และดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าบางประเภท เช่น อาหาร ยา พืชและสัตว์ จะอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวด การตรวจสอบล่วงหน้าจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหา

นอกจากนี้ ขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นจะแตกต่างกันระหว่างการใช้งานส่วนบุคคลและการใช้งานเชิงธุรกิจ ดังนั้นควรเลือกวิธีดำเนินการให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของตนเอง การเลือกบริษัทขนส่ง การดำเนินการด้านศุลกากร และการเตรียมเอกสารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน จะช่วยให้พัสดุสำคัญของคุณถูกจัดส่งได้อย่างราบรื่น หากมีจุดใดที่ไม่แน่ใจ แนะนำให้ติดต่อสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

การเข้าใจกระบวนการส่งออกและนำเข้าอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การจัดส่งและการทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น